ข่าวใหม่

posted on 21 Oct 2012 14:24 by bobonut123
เปลี่ยน blog เสร็จแล้ว
ก็มาดูข้อมูลเนื้อหา สาระใน touhou ตามสบายเลยครับ
หน้าแรกจะเป็นข่าวใหม่
 
 
 
東方鈴奈庵 ~ Forbidden Scrollery.
โทวโฮวสุซุนะอัน(ร้านสุซุนะอันแห่งตะวันออก) ~ ม้วนบันทึกต้องห้าม
 
มังกะที่โผล่มาอย่างคาดไม่ถึง (อีกครั้ง) ของโทโฮโปรเจคท์

มังกะที่โผล่มาอย่างคาดไม่ถึง (อีกครั้ง) ของโทโฮโปรเจคท์
ณ วันที่ 25 กันยายน 2012
จู่ๆ ZUN ซึ่งเป็นผู้แต่งเรื่องก็ได้เขียนลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า
https://twitter.com/korindo/status/250501897440595968
"นิตยสาร Comp ACE ฉบับเดือนนี้วางแผงแล้ว ลงประกาศข่าวการออกซีรี่ส์ใหม่ที่เหมือนกับเรื่องโกหกอยู่ด้วย ยังไงก็หาอ่านกันให้ได้นะครับ"

เรียกได้ว่าปุบปับก็มีมังกะภาคใหม่ออกมาอีกแล้ว
คราวหน้าคงใช้คำว่า "มังกะที่โผล่มาอย่างคาดไม่ถึงของโทโฮโปรเจคท์" ไม่ได้แล้วล่ะ (ฮา)


เรื่องราวของภาคนี้เกี่ยวข้องกับร้านเช่าหนังสือ สุซุนะอัน ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านมนุษย์
ตัวเอกของภาคคือ โมโตโอริ โคสุซุ
สาวน้อยผู้มีความสามารถในการอ่านหนังสือที่แต่งขึ้นโดยโยวไค (หนังสือภูตพราย) ซึ่งเป็นหนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก
ด้วยเหตุนี้จึงเธอชื่นชอบการอ่านหนังสือภูตพรายและพยายามรวบรวมสะสมเอาไว้เป็นจำนวนมาก
โดยหารู้ไม่ว่าหนังสือเหล่านี้มีความน่ากลัวเพียงไร



และตามธรรมเนียมของโทโฮ ทุกภาคจะต้องมีอักษรคันจิจากชื่อของตัวการก่อเรื่อง อยู่ในอักษรสามตัวท้ายของชื่อภาค
สำหรับภาคนี้ คือ 鈴奈庵
ซึ่งเป็นชื่อร้านของตัวเอกในภาคนี้นั่นเอง



[ฉบับซีรี่ส์]

เริ่มเดินเรื่องตอนที่ 1 ในนิตยสาร CompACE ฉบับเดือน 12 ปี 2012 ซึ่งวางแผงในวันที่ 26 เดือน 10 ปี 2012
ปัจจุบันเรื่องราวยังไม่ถึงบทอวสาน จึงต้องติดตามกันต่อไป



โดยส่วนตัวคาดว่าภาคนี้ต้องโดน LC ในอนาคตแน่ จึงขอลงสปอยล์ตอนแรกไว้ ณ ที่นี้ ส่วนตอนอื่นๆอาจลงไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน จะได้หาอ่านง่าย
หากวันใดภาคนี้โดน LC ก็ขอเปลี่ยนหน้านี้ให้กลายเป็นหน้าหลักตามปกติไปซะเลย (ฮา)




ตอนที่ 1 หนังสือมายาหายาก  
 (link) (สนับสนุนโดยท่าน Kul-ChaN)

เปิดเรื่องด้วย ฮิเอดะ โนะ อาคิว สาวน้อยผู้มีความสามารถในการจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเห็นและได้ยิน
เธอเดินชนกับมาริสะในหมู่บ้าน มาริสะจึงช่วยเก็บหนังสือให้ พอมาริสะเงยหน้ามองแล้วรู้ว่าเป็นอาคิวจึงทักทายว่า "อะไรกัน อาคิวเองเรอะ"
พออาคิวรู้ตัวว่าอีกฝ่ายเป็นมาริสะก็รีบระวังตัวทันที ส่วนมาริสะรู้ดีว่าหนังสือที่เธอถือมาคืออะไร เลยบอกว่าถ้าไม่อยากได้ก็ยกให้เธอได้เลย
แต่อาคิวบอกว่าเป็นหนังสือที่ยืมมาและกำลังจะเอาไปคืนพร้อมจ่ายค่าเช่า
มาริสะเลยสงสัยว่าหนังสือพรรค์นี้มีร้านเปิดให้เช่าด้วยเหรอ พอจะคุยกับอาคิวเรื่องนี้ เธอก็เดินเข้าร้านไปซะแล้ว

เมื่ออาคิวเข้าร้าน เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ทำให้ผู้ดูแลร้านรู้ว่ามีคนมาและส่งเสียงทักทาย "ยินดีต้อนรับค่..."
แต่ยังไม่ทันพูด(แบบสุภาพ)จบ เธอก็สังเกตเห็นว่าลูกค้าเป็นใครแล้วคุยอย่างสนิทสนมแทน "อะไรกัน อาคิวเองเหรอ"

Biblophilia ผู้มีนัยน์ตาแห่งการตีความแยกแยะ
โมโตโอริ โคสุซุ


อาคิวเลยบ่นเล็กน้อยว่า "แค่วันนี้ก็โดนคนอื่นมองหน้าแล้วบอกว่า "อะไรกัน" เป็นครั้งที่สองแล้วนะ"

Savant รุ่นที่เก้า
ฮิเอดะ โนะ อาคิว


เธอบอกว่าหนังสือที่ขอยืมไปแทบใช้อ้างอิงอะไรไม่ได้เลย
โคสุซุถามว่านี่คือทั้งหมดที่ยืมไปเหรอ อาคิวตอบว่ายังมีอีกเพียบที่ยังไม่ได้เอามาคืน แต่เล่มที่"พิเศษ"มีแค่นี้
จากนั้นโคสุซุก็ขอตรวจสภาพหนังสือก่อนรับคืน
อาคิวบอกว่าเธอถอดความจากหนังสือพวกนั้นไม่ได้เลยแต่ก็จำไว้ได้หมดแล้ว และแซวเรื่องที่เปิดให้ยืมหนังสือพวกนี้
โคสุซุบอกว่ามีลูกค้าแค่นิดเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ามีหนังสือภูตพรายอยู่ในร้านนี้
ส่วนหนังสืออื่นๆก็มีแต่ "หนังสือจากโลกภายนอก" ที่แสนจะธรรมดา ซึ่งเธออ่านจนเบื่อแล้ว

ตัดมาทางเรย์มุที่กำลังกวาดลานศาลเจ้าอย่างสงบ แล้วมาริสะก็ร่อนลงมาถล่มกองใบไม้ที่เรย์มุกวาดไว้จนพินาศ

Magician ผู้ธรรมดาอย่างสุดขั้ว
คิริซาเมะ มาริสะ


Shaman ผู้เลิศล้ำแห่งสรวงสวรรค์
ฮาคุเรย์ เรย์มุ


เธอมาชวนคุยเรื่องหนังสือภูตพราย แต่เรย์มุไม่รู้จัก เธอเลยอธิบายให้ฟังว่าหลักๆแล้วมันก็คือ หนังสือที่โยวไคเขียนขึ้น
(มาริสะเริ่มหยิบถุงขนม)
เรย์มุเลยแซวว่าหมายถึง หนังสือขอขมาของพวกเทนกุที่อยู่ในวัดน่ะเหรอ มาริสะบอกว่าประมาณนั้น
มาริสะเล่าต่อว่าส่วนใหญ่มันถูกเขียนขึ้นด้วยตัวอักษรที่มนุษย์อ่านไม่ออก เลยหาได้ยากในหมู่บ้าน แต่ในบ้านของมาริสะมีอยู่หลายเล่ม
(มาริสะได้ถุงขนมแล้ว)
เล่ามาถึงตรงนี้เรย์มุเลยรู้ทันว่ามาริสะเจอหนังสือดังกล่าวในหมู่บ้าน มาริสะพยักหน้าตอบรับ
(มาริสะเริ่มล้วงถุงขนม)
เรย์มุคิดว่าไม่น่าจะหาได้ยากมากมายอะไร มาริสะจึงรีบแย้งว่ามันเป็นหนังสือน้อยเล่มในบรรดาหนังสือน้อยเล่มเลยทีเดียว
(นกเริ่มมากินขนม)

มาริสะบอกว่าเพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อมนุษย์ ก็เลยรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย
เธอเล่าว่าหนังสือภูตพรายมีหลายชนิด เช่น โคลงกลอนที่โยวไคแต่งขึ้น หนังสือที่โยวไคเขียนถึงมนุษย์ หรือตำราเวทสำหรับจอมเวท
แต่ที่พบมากที่สุดก็คือ หนังสือที่บันทึกตัวตนของโยวไค ซึ่งถือว่าเป็นความหวังสุดท้ายของเหล่าโยวไคที่ถูกปฏิเสธตัวตน
มันเป็นหนังสือที่สามารถปลุกเหล่าโยวไคที่ถูกผนึกให้ตื่นขึ้นจากนิทราได้ จึงน่าแปลกที่มีอยู่ในหมู่บ้านมนุษย์
เรย์มุคิดว่าอาจมีมนุษย์ที่พยายามชุบชีวิตเหล่าโยวไคอยู่ก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปตรวจสอบดู
มาริสะบอกว่าเจอที่ร้านสุซุนะอัน เรย์มุจึงรู้ว่าเป็นร้านของบ้านโคสุซุนั่นเอง เธอบอกว่าเด็กนั่นพิลึกคนนิดหน่อย ไปเตือนไว้ก่อนดีกว่า

ตัดมาทางโคสุซุ เธอหยิบหนังสือจากโลกภายนอกมาอ่านแล้วชมว่าสนุกดี แต่ไม่รู้ว่าจะหามาเข้าร้านได้อีกรึเปล่า

ร้านสุซุนะอัน
ร้านเช่าหนังสือที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านมนุษย์
นอกจากหนังสือให้เช่าแล้วยังขายหนังสือด้วย และแม้จะเป็นส่วนน้อยมากแต่ก็รับตีพิมพ์พร้อมเข้าเล่มหนังสือด้วย
สารานุกรม เกนโซวเคียวเอนกิ (นิมิตแห่งดินแดนมายา) ของอาคิวเองก็ตีพิมพ์ขึ้นที่นี่เช่นกัน
ว่ากันว่าหนังสือที่ร้านนี้มีให้เช่าส่วนใหญ่จะเป็น "หนังสือจากโลกภายนอก"

เธอบ่นว่าหนังสือจากโลกภายนอกจะหลุดหลงเข้ามาเป็นครั้งคราวเท่านั้น ถ้าหาไม่เจอก็อด แต่ที่เธอชอบที่สุดก็คือ หนังสือภูตพราย
เธออ่านหนังสือภูตพรายได้สักพักหนึ่งก็มีคนมาเรียกให้ไปทานข้าว เธอจึงเก็บหนังสือและเข้าไปที่หลังร้าน
วันต่อมา เรย์มุและมาริสะมาเยือน มาริสะยึกยักไม่กล้าถามตรงๆ แต่เรย์มุถามทันทีว่ามีหนังสือภูตพรายหรือไม่
ปรากฏว่าโคสุซุตอบรับด้วยความยินดีแล้วรีบขนมาอวดทันที
มีทั้งหนังสือที่กลายเป็นโยวไค หนังสือที่บันทึกเกี่ยวกับอสุรกายแห่งท้องทะเล ตำราเวทที่จอมมหาเวทเขียนไว้ให้ลูกศิษย์
และที่เธอภูมิใจนำเสนอก็คือ ม้วนภาพร้อยอสูรท่องราตรีฉบับส่วนตัว ซึ่งมีโยวไคเล็กๆน้อยๆที่ไม่มีแม้แต่ในเกนโซวเคียว"ถูกผนึก"อยู่เต็มไปหมด

เรย์มุเซ็งเล็กน้อยที่เห็นหนังสือเยอะขนาดนี้ ทั้งที่มาริสะโม้ไว้ว่าหายากโคตรๆ
โคสุซุบอกว่าเธอพยายามรวบรวมหนังสือพวกนี้เพื่อให้ตัวเองกลายเป็น นักสะสมหนังสือภูตพรายอันดับหนึ่งในเกนโซวเคียว
แต่เรื่องนี้เป็นความลับต่อคนในบ้าน เพราะเอาเงินของร้านไปซื้อมาตามใจชอบ
มาริสะลองหยิบมาอ่านเล่มหนึ่งแล้วพบว่าอ่านไม่ออกเลย โคสุซุบอกว่ามันคือภาษาเทนกุโบราณที่แม้แต่เทนกุยุคปัจจุบันก็ยังอ่านไม่ออก
เรย์มุแซวว่าไม่มีใครอ่านออกแล้วเอามาไว้ในร้านทำไม แต่โคสุซุแย้งว่า "ฉันไม่ได้พูดนะคะว่าไม่มีใครอ่านออก ?"

จากนั้นเธอก็เริ่มอ่านให้ฟังว่ามันคือหนังสือ "หญ้าเข็มเลือด" ซึ่งเล่าว่าหญ้าจะดูดเลือดจนโตขึ้นคล้ายภูเขาเข็ม
เธอคิดว่ามันน่าจะเป็นหนังสือที่พวกเทนกุเอาไว้ใช้อธิบายพืชในนรกสำหรับเทนกุ
เธอบอกว่า "ความสามารถ" นี้เพิ่งตื่นขึ้นไม่นานนี้เอง
เรย์มุพอทำใจได้และบอกว่าเกนโซวเคียวก็มีแต่พวกแบบนี้ทั้งนั้นนี่นะ จากนั้นก็ถามโคสุซุเรื่องอันตรายจากหนังสือพวกนี้
โคสุซุตอบว่าเรื่องของตอนนั้นก็เอาไว้คิดกันตอนนั้นอีกที เรย์มุรีบแย้ง แต่เธอสวนว่าถึงเวลานั้นจะขอให้เรย์มุเป็นคนจัดการละกัน
พอเรย์มุจะแย้ง เธอก็รีบดักทางทันที เล่นเอาเรย์มุไปต่อไม่ถูกเลย

สักพักมาริสะก็พบกับหนังสือรวมภาพ Necronomicon โคสุซุจึงชมว่าตาถึงน่าดู แถมนั่นยังเป็นฉบับอักษรญี่ปุ่นรุ่นแรกด้วย
มาริสะ : สุดยอด--- ขอยืมหน่อยนะเฟ้ย ยืมจนวันตายเลย
โคสุซุ : เล่มนั้นแพงนะคะ
มาริสะ : คิดเงินด้วยเหรอ
โคสุซุ : แน่นอนสิคะ ?
เรย์มุ : โคสุซุจัง ตกดึกระวังขโมยให้ดีนะ
โคสุซุ : กลางวันก็ด้วยเนอะ

เอวัง.



สิ่งที่น่าสังเกต
- ถ้าว่ากันตามเนื้อเรื่องโทโฮ ตอนนี้อาคิวอายุ 18 ปีแล้ว ^ ^) เปิดไหล่แล้วดูเป็นสาวขึ้นเยอะเลย
- แล้วเรย์มุกับมาริสะล่ะ ? อายุเท่าไหร่กันแล้วหว่า......
- ภาคนี้ฉายาของตัวละครจะเน้นผสมผสานระหว่างภาษาตะวันตกกับภาษาญี่ปุ่น
- Biblophilia = Biblo(หนังสือ) + Philia(รักชอบ) = คนรักหนังสือ
- Savant เป็นภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า ซาแวงต์ แปลว่า นักปราชญ์
- โคสุซุพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับอาคิว ดูเหมือนทั้งสองจะสนิทกันในระดับหนึ่ง
- ในบรรดาหนังสือจากโลกภายนอกที่แสนธรรมดาของเธอ มีนิตยสาร CompACE ปนอยู่ด้วย (อยู่ตรงช่องกลางล่างสุด) (ฮา)
- อาจกล่าวได้ว่ามาริสะเป็นคนรักสัตว์ ถึงกับเตรียมขนมไว้เลี้ยงนกเลยทีเดียว
  ก่อนหน้านี้ก็เคยเล่นกับแมว อีกา และ(แกล้ง)โยวไคกระต่ายในศาลเจ้าด้วย
- วิธีเรียก "ร้านของบ้านโคสุซุ" ของเรย์มุนั้น ในภาษาญี่ปุ่นถือว่าเป็นวิธีเรียกแบบรู้จักคุ้นเคยกันพอสมควร อาจจะรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ก็เป็นได้
  หรืออาจจะแค่พิมพ์ผิดก็ได้ (ฮา)
- คอผ้ากันเปื้อนเขียนว่า KOSUZU ส่วนชายผ้ากันเปื้อนมีชื่อร้านปักเอาไว้
- แว่น ! และเครื่องเสียงแบบเดียวกับที่อาคิวชอบใช้
  (แต่ใส่แว่นเฉพาะเวลาอ่านหนังสือแบบนี้คงเรียกว่า สาวแว่น ได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่)
- ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าคนที่มาเรียกเธอไปกินข้าว และ "คนในบ้าน" ที่เธอพูดถึงคือใคร พ่อแม่พี่น้อง ? หรือสามี ?
- โคสุซุเรียกเรย์มุและมาริสะด้วยคำว่า "คุณ-" นำหน้า หรือว่าเธอจะมีอายุน้อยกว่า ?
- เรย์มุเรียกเธอว่า "โคสุซุจัง" ......เป็นครั้งแรกที่เรย์มุเรียกคนอื่นแบบนี้ในเรื่อง หรือว่าจะอายุน้อยกว่าเรย์มุจริงๆ ?
- นามสกุลโมโตโอริ ทำให้เชื่อกันว่าเธอมีต้นแบบมาจาก โมโตโอริ โนรินากะ
  นักวิชาการในยุคเอโดะผู้มีชื่อเสียงและอิทธิพลที่สุดในญี่ปุ่น ผลงานสำคัญคือการเขียนบทวิจารณ์ตำนานเทพญี่ปุ่น และบันทึกตำนานเกนจิ
  ซึ่งผู้เขียนบันทึกตำนานเทพญี่ปุ่นก็คือ ฮิเอดะ โนะ อาเระ ผู้เป็นต้นแบบของตัวละคร อาคิว นั่นเอง
- ท่าน ZUN เคยกล่าวในทวิตเตอร์ว่าอยากไปดื่มเหล้ากับนักวาดท่านนี้สักครั้ง แต่ทำไม่ได้ จึงเกิดการคาดเดากันว่า
  1. เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ (20 ปี) แปลว่ายังเป็นนักเรียน/นักศึกษาอยู่เลย
  2. เธอไม่ชอบดื่มเหล้า
  3. เธอแพ้เหล้า
  4. เธอถูกสั่งให้ปกปิดตัวตน
- เรื่องการเลือกนักวาด
  ข่าวว่าทาง สนพ.ทำการเลือกนักวาดหลายคนและให้ทดลองวาดภาพอิลลัสต์ แล้วส่งมาให้ท่าน ZUN เลือก
  ท่าน ZUN กล่าวว่า "ภาพอิลลัสต์ที่ได้รับมาในครั้งแรกสุด ร่างครึ่งผีของโยวมุดูแล้วรู้สึกหนักเหมือนก้อนหินเลยรู้สึกว่าน่าสนุกดี"
  จึงเลือกนักวาดท่านนี้มาเป็นผู้วาดโทโฮภาคใหม่
- ด้วยฝีมือการวาดที่ดีขนาดนี้จึงน่าจะเคยมีผลงานอะไรมาก่อนบ้าง แต่สืบแล้วสืบเล่าจนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครล่วงรู้ว่าเธอคือใคร (ฮา)
  บางทีอาจเป็นนักเขียนหน้าใหม่จริงๆก็ได้ เดี๋ยวในอนาคตก็ได้รู้กันเอง ^ ^)


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



PS. ตัวอักษรสีเขียวที่มักอยู่ในวงเล็บนั้น เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมจากผู้แปล (เซเบอร์คุง) เอง จึงเรียนไว้ให้ทราบโดยทั่วกัน
PS. ข้อความทั้งหลายทั้งมวลที่อยู่ภายใต้หัวข้อ Tips นั้น เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมจากผู้แปล (เซเบอร์คุง) เอง จึงเรียนไว้ให้ทราบโดยทั่วกัน
PS.  ผมได้คัดลอกเค้ามา T T